กองทุน SSF ต่างจาก LTF อย่างไร- และ RMF ปรับกฎเกณฑ์ใหม่ ยังไงบ้าง

กองทุน SSF ต่างจาก LTF อย่างไร- และ RMF ปรับกฎเกณฑ์ใหม่ ยังไงบ้าง

กองทุน SSF ต่างจาก LTF อย่างไร อันดับแรกเลยนะครับ ผมต้องบอกผู้ชมก่อนครับว่าวันนี้จะมาแนะนำนะครับตัวกองทุนที่ใช้สำหรับสิทธิในการลดหย่อนทางภาษีของเรานั้นเองนะครับ ก็คือกองใหม่ที่ชื่อว่ากองทุน SSF นะครับหรือว่า Super Savings Fund น่ะเขามีชื่อไทยของเขาด้วยนะครับก็คือกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวซึ่งจะมาแทนที่กองทุน LTF ที่จะหมดสิทธิประโยชน์นะครับภายในปี 2562 ครับ ซึ่งแน่นอนครับว่ากองทุน SSF นะครับจะเริ่มใช้ตั้งแต่ปีหน้าปี 2563 นะครับในการลดหย่อนภาษีครับ เรามาดูข้อแรกครับสิ่งที่แตกต่างกับกองทุน SSF กับ LTF กันครับ

ข้อแตกต่างข้อแรกเลยครับที่ต่างจากกองทุน LTF นั่นคือการลงทุนนะครับในหลักทรัพย์สามารถลงทุนได้ทุกประเภทเลยนะครับ ก็หมายถึงว่ารวมตราสารหนี้กองทุนรวมนะครับหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีความยืดหยุ่นนะครับมากกว่ากองทุน LTF นะครับที่เดิมกำหนดให้ลงทุนในหุ้นสามัญภายในประเทศเท่านั้นนะครับ นั่นก็หมายความว่ากองทุน SSF นี้นะครับอาจจะลงทุนในกองทุนตราสารหนี้กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์กองทุนรวมหุ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ด้วยนะครับ ซึ่งแน่นอนว่าตรงนี้นะครับสิทธิประโยชน์ของนักลงทุนเองก็จะมีการกระจายความเสี่ยงที่ดีขึ้นด้วยนะครับ

มาถึงเรื่องที่สอง สิทธิประโยชน์ตัวกรองทุน SSF สามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้นะครับไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของเงินได้ แล้วไม่เกิน 200,000 บาทนะครับซึ่งจากเดิมเนี่ยกองทุน ltf นะครับเราจะซื้อได้ไม่เกินแค่เพียง 15% นะครับของรายได้ทั้งปีแล้วไม่เกิน 500,000 บาทนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับเราจะต้องคำนึงรวมด้วยนะครับว่า 200,000 บาทนี้ต้องไปรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุคนอื่นๆนะครับ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม Provident Fund นะครับหรือกองทุน rmf หรือแม้แต่กระทั่ง เบี้ยประกันชีวิตนะครับแบบบำนาญต้องไม่เกิน 500,000 บาทตรงจุดนี้ที่มีการปรับเปลี่ยนนะครับ อีกเงื่อนไขนึงก็คือระยะเวลาในการถือครอง หลายคนมีลุ้นเหมือนกันนะครับว่าตัวกองทุนใหม่ SSF นี้นะครับจะต้องถือครองนานแค่ไหนนะครับ บอกเลยครับว่านานขึ้นครับ ต้องไม่น้อยกว่าระยะเวลา 10 ปีด้วยกันแต่ว่าจะเป็นการนับจากวันที่ซื้อนะครับซึ่งจากเดิมกองทุน ltf นะครับหรือไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทินนะครับหมายความว่าไงครับ ก็สำหรับกองทุน ssf นี้นะครับ เราซื้อวันที่ 1 มิถุนายนละกันนะครับของปี 2563 ซึ่งเป็นปีแรกในการบังคับใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกับกองทุนนี้นะครับ เราก็ต้องซื้อของไป 10 ปีนะครับหลังจากวันที่ 2 มิถุนายน 2573 นะครับถึงจะขายได้นะครับถือว่าครบกำหนด 10 ปีนับจากวันที่ซื้อเลยนะครับ ซึ่งตัวกองทุน SSF นี้นะครับกระทรวงการคลังเองก็ได้มีการออกมาเพื่อเป็นการทดลองก่อนนะครับเพราะฉะนั้นเขาก็จะบอกว่ากำหนดกฎเกณฑ์ตามนี้นะใช้ได้ไปถึง 5 ปีถัดไป ก็ตั้งแต่ปี 2563 ถึง 2567 นะครับและหลังจากนั้นครับกระทรวงการคลังก็จะมีการพิจารณาอีกทีนะครับว่า ตัวเงื่อนไขต่างๆที่มีกำหนดนั้นยังจะสามารถคงอยู่หรือว่าปรับเปลี่ยนในอนาคตได้เช่นกันนะครับ สินเชื่อรถแถมให้นะครับเข้ากับตัวกองทุน RMF นะครับต้องมีการปรับกฎเกณฑ์ใหม่ด้วยเช่นกันนะครับสำหรับตัวกองทุน rmf นะครับสิ่งที่มีการแตกต่างไปจากเดิมนะครับคือว่าตัวใหม่นี้นะทุกท่านก็สามารถซื้อลดหย่อนได้นะครับไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปีนะครับ จากเดิมนะครับที่ซื้อได้แค่ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งปีครับและไม่เกิน 500,000 บาทนะครับเมื่อรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุคนอื่นๆนะครับ ไม่ว่าจะเป็น เบี้ยประกันภัยนะครับหรือการประกันชีวิตแบบบำนาญด้วยครับ นอกเหนือไปกว่านั้นสิทธิในการซื้อยังเหมือนเดิมนะครับก็คือเป็นการบังคับซื้อที่ต้องซื้อต่อเนื่องนะครับอย่างน้อยปีเว้นปีนะครับสำหรับใครที่ซื้อปีนี้ปีหน้าลืมซื้อปีต่อไปก็ต้องกลับมาซื้อด้วยนะครับถึงจะไม่ผิดเงื่อนไขนะครับ แล้วข้อดีอีกหนึ่งอย่างครับที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ของกองทุน rmf นะครับนั่นก็คือว่าต่อไปนี้นะครับไม่มีขั้นต่ำแล้วนะครับในการซื้อกองทุน rmf จากเดิมที่เราจะต้องซื้อเนี่ยมึงน้อยกว่า 3% หรือว่า 5,000 บาทนะครับแล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า ต่อไปนี้สำหรับใครที่สนใจนะครับในการลงทุนลดหย่อนภาษีเพื่อการออมระยะยาวนะครับคือการจำลองเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในวัยเกษียน ก็สามารถเริ่มต้นลงทุนได้เลยนะครับว่าจะเป็นหลัก 100 บาทแล้วนะครับ