เงินไม่พอใช้ ใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบ Zero Based Budget

เงินไม่พอใช้ ใช้จ่ายเงินอย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบ Zero Based Budget

ตังค์หมดก่อนสิ้นเดือนทั้งๆที่ถ้าคำนวณดูแล้วรายได้ก็น่าจะเพียงพอกับรายจ่ายแท้ๆถ้าหากคุณมีปัญหาเหล่านี้วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีจัดการเงินด้วยระบบ Zero Based Budget ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาไม่ให้เราใช้เงินเกินตัวและยังสามารถจัดสรรเงินออมเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินตามที่ได้วางแผนไว้ด้วย โดยเนื้อหาจะเป็นยังไงนั้นไปลองดูกันครับ ระบบ Zero Based Budget เป็นระบบที่จะวางแผนการใช้จ่ายเงินให้พอถึงสิ้นเดือนแล้ว เงินในกระเป๋าตังค์ก็จะเหลือ 0 บาทพอดีไม่มากไม่น้อยกว่านี้การมีระบบนี้เองจะช่วยกำกับเราไม่ให้ใช้จ่ายเงินมากกว่าที่หาได้สำหรับขั้นตอนในการทำ Zero Based Budget มีดังนี้ครับ

ขั้นที่ 1 ระบุรายได้ในแต่ละเดือนเราต้องรู้ก่อนว่ารายได้แต่ละเดือนของเราทั้งหมดในแต่ละเดือนคือเท่าไหร่คำว่ารายได้ทั้งหมดนี้ก็แน่นอนว่าคือทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนเงินปันผลเงินที่คนอื่นให้โบนัสงานเสริม พอรวมทั้งหมดแล้วเราก็จะได้ตัวเลขเริ่มต้นเพื่อเตรียมสำหรับในการวางแผนของเรานะครับ

ขั้นที่ 2 ระบุค่าใช้จ่ายทั้งหมดในเดือนนี้ ลิสค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เราต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือนเช่นค่าเช่าค่าอาหารค่าเดินทางโทรศัพท์และอื่นๆทั้งหมดบางอย่างเราอาจจะไม่รู้ตัวเลขชัดๆเช่นค่าอาหารแล้วก็อาจจะใช้ตัวเลขที่เราประมาณคร่าวๆก็พอครับสุดท้ายแล้วเราก็จะได้ตัวเลขรายจ่ายทั้งหมดที่เราต้องเสียในแต่ละเดือนกัน

ขั้นที่ 3 ตั้งเป้าหมาย เป้าหมายของแต่ละคนก็อาจจะต่างกันไปเช่นเก็บเงินสำรองฉุกเฉินเก็บเงินเกษียณเคลียร์หนี้บัตรเครดิตไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือเป้าหมายอะไรก็ตามที่เราคิดว่าถ้าเราทำสำเร็จแล้วมันจะดีกับตัวเราเอง ลองลิสทั้งหมดออกมาดูก่อนครับ

ขั้นที่ 4 ลำดับความสำคัญของเป้าหมายแต่ละคนย่อมมีกันหลายเป้าหมายทั้งนั้นแต่แน่นอนว่าแต่ละเป้าหมายนี้ก็มีระดับความสำคัญที่แตกต่างกันดังนั้นเราจึงต้องมาลำดับความสำคัญของเป้าหมายกันก่อนว่าสิ่งไหนสำคัญกว่ากัน เราจะจัดสรรเงินลงในแต่ละเป้าหมายอย่างไรขั้นตอนนี้พอเรามาลองคิดดูดีๆแล้วอาจจะมีเป้าหมายบางอย่างที่เราอยากได้แต่อาจจะไม่สำคัญเท่าไหร่ถ้าหากเรามีเป้าหมายแบบนี้อยู่ ก็อาจจะตัดเป้าหมายนี้ออกไปก่อนเพื่อจะทำให้เป้าหมายที่สำคัญกับเราจริงๆได้รับการจัดสรรเงินที่เยอะขึ้น

ขั้นที่ 5 ลงมือทำหลังจากที่เรารวบรวมองค์ประกอบทุกอย่างได้แก่รายได้รายจ่ายเป้าหมายและลำดับความสำคัญของเป้าหมายเรียบร้อยแล้วแล้วเราก็จะนำสิ่งเหล่านี้มาวางแผนในเชิงปฏิบัติกัน เริ่มแรกเราจะแยกบัญชีสำหรับรายจ่ายในแต่ละเดือนออกมาไม่ให้ปนกับส่วนอื่นๆทุกต้นเดือนเราก็จะนำรายได้ของเรามาฝากในบัญชีรายจ่ายของเรานี้ตามจำนวนเงินที่เราได้คำนวณเอาไว้และเราก็จะนำเงินจากบัญชีนี้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยไม่มีจากแหล่งอื่นเลยหลังจากที่รายได้ส่วนหนึ่งของเราถูกโอนไปเก็บบัญชีสำหรับค่าใช้จ่ายแล้วเงินที่เหลือเราจะนำมาจัดสรรลงเป้าหมายต่างๆตามที่ได้วางแผนไว้ การจัดสรรลงแต่ละเป้าหมายนี้เองหากเป็นเป้าหมายลักษณะการเก็บเงินเพื่อจุดประสงค์ต่างๆผมก็แนะนำว่าควรจะเก็บแยกไว้คนละที่กันเพื่อให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าตอนนี้แต่ละเป้าหมายเราเก็บเงินได้มากน้อยแค่ไหนแล้ว เพียงเท่านี้หลังจากจัดสรรเงินลงแต่ละเป้าหมายครบทั้งหมดแล้วเราก็จะกลับมาสู่จุดเริ่มต้นที่ 0 บาทพอเริ่มต้นเดือนต่อไปแล้วจะกลับมาทำแบบเดิมอีกครับ

พอฟังถึงตรงนี้แล้วบางคนอาจจะมีจุดที่สงสัยอยู่บ้างผมก็เลยลองจะมาเดาคำถามที่คนน่าจะสงสัยกันได้ออกมาเป็นแบบนี้ครับ วางแผนค่าใช้จ่ายแบบนี้แสดงว่าไม่ต้องเที่ยวเล่นหรือฟุ่มเฟือยกันเลยหรอเที่ยวเล่นได้ครับแต่เราก็ต้องระบุให้ชัดเจนไปเลยว่าในแต่ละเดือนเราจะใช้จ่ายสำหรับเงินฟุ่มเฟือยกี่บาท การจดบันทึกว่าเดือนนี้เราใช้จ่ายอะไรไปเท่าไหร่แล้วก็จะทำให้เราเห็นเลยว่าตอนนี้เราใช้เงินฟุ่มเฟือยไปเท่าไหร่และถึงจุดที่กำหนดหรือยัง ถ้าหากพบตามแผนที่วางไว้แล้วก็ต้องหยุดฟุ่มเฟือยทันทีนะครับ ไม่เช่นนั้นแผนที่วางไว้พังหมดแน่วางแผนละเอียดแบบนี้แล้วถ้าเกิดมีค่าใช้จ่ายไม่คาดฝันขึ้นมาจะทำยังไงทางออกของปัญหานี้ก็คือเราควรจะมีการเก็บเงินสำรองฉุกเฉินโดยทั่วไปก็จะแนะนำให้เก็บเงินส่วนนี้ไว้ 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายความหมายก็คือถึงแม้จะตกงานไม่มีรายได้เงินส่วนนี้เองก็จะเพียงพอให้เรามีเงินใช้จ่ายและอยู่ต่อไปได้อีก 3-6 เดือนครับ ผมแนะนำว่าหากใครยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินนี้ควรจะมีไว้เป็นหนึ่งในเป้าหมายเลย ใช้จ่ายน้อยกว่าที่วางแผนไว้เงินที่เหลือจะเอาไปไว้ไหนดีแนะนำให้เอาเงินส่วนนี้ไปลงในเป้าหมายตามที่ต้องการเลยครับเพื่อที่จะได้ลดระยะเวลาให้เป้าหมายเสร็จเร็วขึ้น และนี่ก็คือเนื้อหาทั้งหมดในเทคนิค Zero Based Budget ที่จะเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการเงินให้เราสามารถใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกคนที่ต้องการใช้เทคนิคนี้ทำก็คือการแยกเก็บเงินไว้คนละที่อย่างชัดเจนเช่น เงินในบัญชี A สำหรับค่าใช้จ่ายประจําเดือน เงินในกระปุก B สำหรับเป้าหมายเกษียณกระปุก C สำหรับท่องเที่ยวการแยกเก็บเองจะทำให้สิ่งต่างๆชัดเจนขึ้นและไม่เกิดการหยิบยืมจากกองหนึ่งมาใช้กับอีกกองหนึ่งซึ่งอาจส่งผลให้เราไม่บรรลุตามเป้าหมายได้ครับ

สินเชื่อเงินสด 30 นาที